imlovephoto

บริการถ่ายภาพแต่งงาน Pre-Wedding ถ่ายภาพนอกสถานที่ ถ่ายภาพในสตูดิโอ สามารถเลือกสถานที่ได้ ถ่ายด้วยกล้องดิจิตอล และถ่ายวีดีโอภายในงาน รับถ่ายรูปรับปริญญา รูปงานสำคัญต่างๆ ถ่ายภาพเดี่ยว ครอบครัว แฟชั่น

This is default featured slide 2 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 3 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 4 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 5 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

สวัสดีครับ ยินดีรับใช้ เนื้อหา สารน่ารู้ เกี่ยวกับเทคโนโลยี

imlovezaa
รายละเอียด
บริการถ่ายภาพแต่งงาน Pre-Wedding ถ่ายภาพนอกสถานที่ ถ่ายภาพในสตูดิโอ สามารถเลือกสถานที่ได้ ถ่ายด้วยกล้องดิจิตอล และถ่ายวีดีโอภายในงาน
รับถ่ายรูปรับปริญญา รูปงานสำคัญต่างๆ ถ่ายภาพเดี่ยว ครอบครัว แฟชั่น

25/10/58

Fiber Optic Cable

• สายใยแก้วนำแสง (Fiber Optic Cable) คืออะไร
สายใยแก้วนำ แสง (Fiber Optic Cable) เป็นตัวกลางของสัญญาณแสงชนิดหนึ่ง ที่ทำมาจากแก้วซึ่งมีความบริสุทธิ์สูงมาก สายใยแก้วนำแสงมีลักษณะเป็นเส้นยาวขนาดเล็ก มีขนาดประมาณเส้นผมของมนุษย์เรา สายใยแก้วนำแสงที่ดีต้องสามารถนำสัญญาณแสงจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งได้ โดยมีการสูญเสียของสัญญาณแสงน้อยมาก
สายใยแก้วนำแสงสามารถแบ่งตามความสามารถในการนำแสงออกได้เป็น 2 ชนิด คือ สายใยแก้วนำแสงชนิดโหมดเดี่ยว (Single-mode Optical Fibers, SM) และชนิดหลายโหมด (Multimode Optical Fibers, MM)




สายใยแก้วนำแสงชนิด ซิงเกิลโหมด (Fiber Optic Single Mode)
เป็นการใช้ตัวนำแสงที่บีบลำแสงให้พุ่งตรงไปตามท่อแก้ว โดยมีการกระจายแสงออกทางด้านข้างน้อยที่สุด ซิงเกิลโหมดจึงเป็นสายใยแก้วนำแสงที่มีกำลังสูญเสียทางแสงน้อยที่สุด เหมาะสำหรับในการใช้กับระยะทางไกล ๆ การเดินสายใยแก้วนำแสงกับระยะทางไกลมาก เช่น เดินทางระหว่างประเทศ ระหว่างเมือง มักใช้แบบซิงเกิลโหมด



สายใยแก้วนำแสงชนิด มัลติโหมด (Fiber Optic Multi Mode)
เป็นสายใยแก้วนำแสงที่มีลักษณะการกระจายแสงออกด้านข้างได้ ดังนั้นจึงต้องสร้างให้มีดัชนีหักเหของแสงกับอุปกรณ์ฉาบผิวที่สัมผัสกับ เคล็ดดิงให้สะท้อนกลับหมด การให้ดัชนีหักเหของแสงมีลักษณะทำให้แสงเลี้ยวเบนทีละน้อยเราเรียกว่าแบบเก รดอินเด็กซ์ (Grade Index) และการให้แสงสะท้อนโดยไม่ปรับคุณสมบัติของแท่งแก้วให้แสงค่อยเลี้ยวเบนก็ เรียกว่าแบบ สเต็ปอินเด็กซ์ (Step Index) สายใยแก้วนำแสงที่ใช้ในเครือข่ายแลน ส่วนใหญ่ใช้แบบมัลติโหมด โดยเป็นขนาด 62.5/125หรือ 50/125 ไมโครเมตร หมายถึงเส้นผ่าศูนย์กลางของท่อแก้ว 62.5 ไมโครเมตรหรือ 50ไมโครเมตร และแคล็ดดิงรวมท่อแก้ว 125 ไมโครเมตร คุณสมบัติของสายใยแก้วนำแสงแบบสแต็ปอินเด็กซ์มีการสูญเสียสูงกว่าแบบเกรดอิน เด็กซ์



** 1ไมโครเมตร =1/1,000 มิลลิเมตร
** ปัจจุบันนิยมใช้สายใยแก้วนำแสงชนิด Multi-mode Grade Index
0000-00-00

 
ที่มา: http://www.ncsnetwork.com/tips_details.php?xid=12

รู้ได้อย่างไรว่าสีของสายทองแดงตีเกลียวตรงตามมาตรฐานอะไร

• รู้ได้อย่างไรว่าสีของสายทองแดงตีเกลียวตรงตามมาตรฐานอะไร
ก่อนอื่นผม ขอแจ้งให้ท่านทราบว่า มาตราฐานของสายทองแดงตีเกลียวมีอยู่ 2 มาตราฐานคือ EIA/TIA 568-A และ ISO/IEC 11801 ที่มีใช้อยู่ในบ้านเรา ผมขออธิบายลายละเอียดด้วยภาพต่อไปนี้



EIA/TIA 568-A



เราสังเกตได้จากสีทีติดมากับสายเคเบิล ถ้าผลิตตามาตราฐาน EIA/TIA 568-A ผมขอยกตัวอย่างสัก 1 คู่คือคู่สีของ ขาว/น้ำเงิน จะมีสาย 2 เส้นที่พันตีเกลียวกันอยู่ ถ้าคุณแยกออกเป็น2 เส้น สีที่ติดมาแต่ละเส้นก็จะมีทั้งสีขาวและน้ำเงินติดมาเหมือนกัน ถ้าสังเกตดูให้ดี จะมีสีใดสีหนึ่งติดมามากกว่าและสีที่ติดมาน้อยกว่าจะติดมาในลักษณะเป็นลาย คาดกับสีที่ติดมามากกว่าซึ่งบอกให้เรารู้ได้เลยว่าเป็นมาตราฐาน EIA/TIA 568-A เราสังเกตได้จากภาพตัวอย่างรูป A



ISO/IEC11801



สีของมาตราฐานของ ISO/IEC11801 สังเกตงายนิดเดียว ผมขอยกตัวอย่างเลยสัก 1 คู่คือคู่ของ ขาว/เขียว ซึ่งจะพันตีเกลียวติดกันมา ถ้าคุณจับแยกออกเป็นเส้นใครเส้นมัน เส้นหนึ่ึงจะเป็นสีขาวและอีกเส้นหนึ่งจะเป็นสีเขียว บอกให้เรารู้ได้เลยว่าเป็นมาตราฐาน ISO/IEC 11801 เราสังเกตได้จากภาพตัวอย่างรูป B
 
ที่มา:http://www.ncsnetwork.com/tips_details.php?xid=9

20/12/57

Encode อย่าลืมคำนวณ Bitrate ซะก่อน

มีเพื่อนๆหลายคนเคยสงสัยว่าตอนเรา Encode บางครั้งไปดูของเพื่อน ทำไมคุณภาพแตกต่างกัน ทั้งๆที่ใช้แผ่นเหมือนกัน หรือโปรแกรมตัวเดียวกันด้วยซ้ำ หรือบางครั้งมีเพื่อนๆเคยถามว่า จะทำยังไงให้ DVD 1 แผ่นจุ วีดีโอความยาวที่มากกว่า 2 ชม. หรือทำไงให้ DVD ของเราชัดสุดๆ บางคนพูดถึง Bitrate ก็งงๆคืออะไร และจะคำนวณอย่างไรถึงจะเหมาะสมวันนี้มีคำตอบ ที่คิดว่าจะมีประโยชน์กับเพื่อนๆแน่นอนครับ
ก่อน Encode เพื่อสร้างไฟล์ MPEG-2 เพื่อนๆควรคำนวณ Bitrate ที่เหมาะสมก่อนเนื่องจาก Bitrate มีผลต่อคุณภาพภาพยนตร์ รวมถึง Bitrate ยังมีผลอีกด้วยว่าจะสามารถนำไฟล์ที่เรา Encode แล้วนำไปลงในแผ่น DVD ได้นานเพียงใด เช่น วีดีโอยาว 2 ชั่วโมง ถ้ากำหนด Bitrate เป็น 5,000  kbits/s เราสามารถจุภาพยนตร์ลงใน DVD-R แผ่นเดียว แต่ถ้ากำหนด Bitrate สูงกว่านี้ ต้องใช้ DVD-R ถึง 2 แผ่น หรือ ต้องจุในแผ่น DVD-R DL เป็นต้น
เพื่อ ความสะดวกในการคำนวณ Bitrate ผมเลยได้เอาตารางคำนวณโดยใช้โปรแกรม Excel (สามารถขอตารางคำนวณได้ฟรี หรือ เข้าไปที่หัวข้อติดต่อเรา) วีธีคำนวณค่า Bitrate จากตาราง Excel มีขั้นตอนดังนี้
1.คลิ๊กแท้บเลือกชนิดแผ่น DVD ว่าเป็น DVD-5 หรือ DVD-9 ที่ด้านล่างซึ่งในตัวอย่างเลือกเป็น DVD 5
2.จากนั้นกรอก Bitrate ที่ต้องการ (ในช่องสีเขียว) ตามทฤษฎีแล้วสามารถกำหนดได้สูงสุดถึง 9,800  kbits/s แต่ในทางปฏิบัติเครื่องเล่น DVD บางรุ่นรองรับได้เพียง  8,500 kbits/s เท่านั้น สำหรับในตัวอย่างกรอกเป็น 8,000 kbits/s
3.ตาราง Excel จะคำนวณเวลาที่วีดีโอจะเก็บลงแผ่น DVD ได้ ซึ่งในตัวอย่าง คือ 76 นาที 33 วินาที ดังนั้น ถ้าวีดีโอของเพื่อนๆมีความยาวเกินกว่านี้ก็ต้องใช้ DVD-R ถึง 2 แผ่นครับ
4.กรอก Bitrate ของเสียงที่ใช้ ถ้าผู้อ่านเลือกระบบเสียงแบบ LPCM ต้องกำหนดเป็น 1540kbits/s แต่ถ้าใช้ระบบเสียงแบบอื่นๆให้กำหนดเป็น 224 kbits/s
5.ตาราง Excel จะคำนวณ Bitrate ให้อัตโนมัติ (ในช่องสีแดง) โดย Video Bitrate ให้กำหนดค่าตอน Encode ภาพ ซึ่งเพื่อนๆจะต้องนำค่านี้ไปใช้กับโปรแกรมเข้ารหัสยอดนิยมต่างๆ เช่น TMPEnc หรือ Procoder


18/12/57

การทำ VCD คุณภาพสูง ด้วย Canopus ProCoder

[Canopus ProCoder] Encoding to VCD format ในที่นี้จะใช้Canopus ProCoder เพื่อแปลงไฟล์เพราะทำให้ได้ผลงานที่คุณภาพดีมากๆ ภาพแจ่ม เนียน ไม่แตก ไม่เหมือนกับโปรแกรมอื่นๆที่ทำออกมาแล้วภาพห่วย+แตกสุดๆ เช่น Nero, WinAVI, Imtoo และพวกคลิกเดียวเสร็จทั้งหลาย เป็นต้น โปรแกรมที่อยู่ระดับเดียวกันนี้ทำทำงานVCDได้มีคุณภาพสูง ก็อย่างเช่น Cinema Craft, TMPGEnc, Mainconcept เป็นต้น พวกนี้ถือว่าEncodeทำVCDออกมาได้ดีมากๆพอๆกัน ไม่ต้องมามัวเถียงกันว่าอันไหนแจ่มกว่า จะแตกต่างก็แค่เพียงรายละเอียดเล็กน้อย ซึ่งสำหรับVCDแล้วไม่ค่อยสำคัญมากเท่าไหร่ ส่วนตัวผมชอบใช้ProcoderทำVCD ง่ายดี Supportไฟล์หลากหลายชนิดมาก และสามารถเปิดAviSynth Scrip (*.avs) ได้เช่นเดียวกับเพื่อนๆมัน ดังนั้นก็อาจเรียกได้ว่า Support Input file แทบทุกชนิด (AviSynth Scrip รู้สึกว่าจะยังไม่เคยสอนอย่างเป็นทางการนะ แต่เคยทำให้ดูแล้วในEntryก่อนๆ) เอาล่ะ เริ่มกันดีกว่า 1. คลิกที่tab Source > add > เลือกไฟล์ที่ต้องการ (Support *.avs) 2. คลิกtab Target > add > เลือกFormat output และPreset ที่ต้องการ (TVของไทยเป็นระบบPALดังนั้นก็ต้องเลือก mpeg1-VCD-PAL) > OK เนื่องจากVCDมีการกำหนดค่ามาตรฐานต่างๆ แบบตายตัว จึงมี Parameters เพียงบางอันเท่านั้นที่สามารถแก้ไขได้ 3. ตั้งค่า Base name และ Path เพื่อกำหนดที่จะเก็บไฟล์ผลงานและจะให้ไฟล์ผลลัพธ์ชื่อว่าอะไร 4. ปรับค่า Speed/Quality Mode ให้เหมาะกับสถานการณ์และความต้องการ * Mastering Quality จะให้ผลงานที่ดีที่สุดโดยแลกกับการใช้เวลาที่ยาวนานที่สุด * Highest Qiuality งานที่ได้จะไม่ดีที่สุดแต่จะเสียเวลาน้อยกว่า Mastering Quality นิดหน่อยเช่นกัน * Highest Speed จะencodeได้เร็วที่สุดแต่คุณภาพก็จะแย่ที่สุด 5. ถ้าต้องการแบ่งไฟล์ให้ได้ออกมาเป็นไฟล์หลายๆ ไฟล์ เช่น กรณีวิดีโอมีความยาวนาทีมากเกินที่จะลงแผ่นเดียวพอ คลิกปุ่ม Advanced เพื่อเข้าสู่หน้าจอ Advanced Setup ที่ Target File Splitting > Choose Splitting Method เลือก Split using Time Interval แล้วตั้งค่าช่วงเวลาที่จะแบ่งไฟล์(Interval Time for Splitting) เป็นนาที เช่น 74 นาทีสำหรับCDความจุ 74 นาที และ 80 นาทีสำหรับCDความจุ 80 นาที(แผ่น700mb) 6. คลิกtab Convert > คลิกปุ่ม Covert เพื่อเริ่มต้นการแปลงรหัส (encoding) 7. ได้ไฟล์ MPEG ที่พร้อมจะเอาไปburnเป็นVCD ด้วยโปรแกรมburnแผ่นทั่วไป เช่น Nero Alcohol120% เป็นต้น burnได้เลย ไม่ต้องรอencodeใหม่อีกแล้ว สำหรับถ้าใครจะใช้โปรแกรมตัวนี้ทำออกมาเป็นformatอื่นก็ได้นะแล้วแต่ก็เลือกเอาในข้อ2นะ แต่ที่สอนแยกเป็นVCDโดยเฉพาะเลยก็เพราะ แต่ละformatการจะทำให้ได้ดีๆนั้นแตกต่างกัน เช่น ถ้าใครจะทำเป็นavi ก็แนะนำให้ใช้Virtualดีกว่า(สอนไปแล้ว) เป็นต้น ส่วนถ้าจะทำเป็นDVDนั้นผมจะสอนของ Cinema Craft ครับ แต่ใครจะใช้ProCoderทำเลยก็ได้ ไม่แตกต่างกันมากนักครับ Download Canopus ProCoder 3.00.50 Canopus ProCoder 2.04.02 (Older version) http://upload.siamza.com/download.php?id=56324 mirror http://www.4shared.com/file/23809979/8a20479e/Canopus_ProCoder_20402.html Password : advance.exteen.com ที่มา:http://advance.exteen.com/20070624/vcd-canopus-procoder/page/1

17/12/57

Pre-Wedding

https://www.youtube.com/watch?v=QfY2yxhc124

ตัวอย่างผลงานที่ผ่านมา ..

 

Wedding คุณส้ม&คุณต้น


Wedding คุณปิ๊ง&เบียร์

Wedding .. ขอเชิญร่วมงานแต่ง

Wedding ..  พลอย&เจมส์ 
ว้าวว!!!เช้านี้ เปิดตัวเจ้าบ่าวสาวสักภาพ เจ้าสาวก็สวย เจ้าบ่าวก็หล่อ...อิอิ

ช่างภาพ : เอ็มโฟโต้ สตูดิโอ Tel.085-4014449 , Line : mphoto555
Website : https://www.flickr.com/photos/mphoto-...
Facebook : https://www.facebook.com/MphotoStudio.th


งานแต่ง



งานแต่ง









สสสสสสสสสส



งานบวช

ตัวอย่างผลงานที่ผ่านมา .. 

 

งานบวชพระพีช


 
งานบวชพระโมต